แนะนำโรงเรียน

ตำบลหนองโน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน โดยหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 บางส่วน บริหารงานโดยเทศบาลตำบลป๊อกแป๊ก อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ส่วนที่เหลือทั้งหมดบริหารงานโดยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
มีประชากรทั้งสิ้น 3,970 คน มีอาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่และบางส่วนจะมีอาชีพทำนา และนอกจากนี้ยังมีประชากรแฝงที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดในเขตภาคอีสานเข้ามาพักอาศัยอยู่ในเขตตำบลหนองโน เพื่อเข้ามาประกอบอาชีพเป็นพนักงานขับรถของบริษัทคลังน้ำมัน ฯ และส่วนใหญ่จะเป็นผู้ปกครองนักเรียน

อาณาเขตตำบลหนองโน
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนาโฉงและตำบลโคกสว่าง อำเภอเมืองสระบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลหนองยาว อำเภอเมืองสระบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลหนองจิก ตำบลบัวลอย อำเภอหนองแค
และตำบลม่วงหวานอำเภอหนองแซง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลเขาดินและตำบลม่วงหวาน อำเภอหนองแซง

คำขวัญของโรงเรียน “รอบรู้ เรียนดี กีฬาเด่น เป็นประชาธิปไตย”

อักษรย่อของโรงเรียน ช.น.

เอกลักษณ์ของโรงเรียน การดำเนินวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

อัตลักษณ์ของโรงเรียน อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน ( กลองยาว )

วิสัยทัศน์ (Vision)

ภายในปีการศึกษา 2570 โรงเรียนชุมชนวัดหนองโนใต้ ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทักษะในศตวรรษที่ 21 มีคุณธรรมจริยธรรม น้อมน าพระบรมราโชบายด้าน
การศึกษา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม

พันธกิจ (Mission)

  1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
  2. จัดกิจกรรมคุณธรรมนำความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. จัดการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
  4. ส่งเสริมการเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้าน(กลองยาว)จากภูมิปัญญาท้องถิ่น
  5. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและเป็นมืออาชีพ
  6. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้
  7. ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

เป้าประสงค์ (Goal)

  1. โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่เหมาะสมกับบริบท มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ
  2. โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้หรือกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรมน าความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับตัวให้ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
  4. จัดการเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้าน(กลองยาว)โดยให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม
  5. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพและเป็นมืออาชีพ
  6. โรงเรียนด าเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกให้เอื้อต่อการจัดการจัดการเรียนรู้และมีความปลอดภัย
  7. ชุมชน หน่วยงานต้นสังกัดและองค์กรภายนอก มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศึกษา เข้ามามีส่วนร่วม ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

อำนาจหน้าที่ของโรงเรียน

สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ได้กำหนดให้สถานศึกษา  มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นๆ  โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

1. บริหารกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับของทางราชการ  และของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ  รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาหรือส่านราชการ

2. ประสานระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา  รวมทั่งควบคุมดูแลบุคลากร  การเงิน  การพัสดุ  สถานที่และทรัพย์สินอื่นของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย  ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการ

3. เป็นผู้แทนของสถานศึกษาหรือส่วนราชการในกิจการทั่วไป  รวมทั้งการจัดทำนิติกรรมสัญญาในราชการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการตามวงเงินงบประมาณที่สถานศึกษาหรือส่วนราชการได้รับตามที่ได้รับมอบอำนาจ

4. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ  เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา (คำสั่งหัวหน้า  คสช. ที่ 10/2559 ข้อ 4 ให้เสนอต่อ กศจ.)

5. อำนาจหน้าที่ในการอนุมัติประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษา  ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

6. ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เลขาธิการสภาการศึกษา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา  เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา  และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  รวมทั้งงานอื่นๆที่กระทรวงศึกษาธิการมอบหมาย

สถานศึกษาใดที่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานบางประการตามที่กำหนดในกฎหมาย  หรือตามที่ได้รับมอบหมายได้  อาจขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการนั้นสังกัดอยู่เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติงานเฉพาะอย่างให้แทน  เป็นการขั้วคราวได้  ทั้งนี้  ตามหลักเกณฑ์วิธีการ  และลักษณะของงานที่ให้ปฏิบัติแทนได้  ที่กำหนดในกฎกระทรวง

นอกจากนี้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารจัดการและขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546  ได้กำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ของสถานศึกษาไว้ ดังนี้

1. ให้สถานศึกษามีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่เพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ  และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

2. ในกิจการทั่วไปของสถานศึกษาที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก  ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้แทนของนิติบุคคลสถานศึกษา

3. ให้สถานศึกษามีอำนาจปกครอง  ดูแล บำรุง รักษา ใช้จัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่สถานศึกษา  เว้นแต่การจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้อุทิศให้สถานศึกษา  ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ  เมื่อจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ตามวรรคหนึ่งแล้ว  ให้สถานศึกษารายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทราบโดยเร็ว

4. ในกรณีที่จะต้องมีการจดทะเบียนสิทธิ ขึ้นทะเบียนหรือดำเนินการทางทะเบียนใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ผู้อุทิศให้แก่สถานศึกษา  ให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการทางทะเบียนดังกล่าวได้  ในนามนิติบุคคลสถานศึกษา

5. ในกรณีนิติบุคคลสถานศึกษาถูกฟ้องคดี  ให้สถานศึกษารายงานให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบ เพื่อดำเนินการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบดำเนินคดีโดยเร็ว

6. สถานศึกษาจะมีอิสระในการบริหารจัดการงบประมาณในส่วนของที่ตั้งไว้สำหรับสถานศึกษา  ตามที่ได้รับการกำหนดวงเงิน  และได้รับมอบอำนาจจากเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด  ทั้งนี้ยกเว้นงบประมาณในหมวดเงินเดือน

7. สถานศึกษาจะมีอิสระในการบริหารจัดการพัสดุในส่วนที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบหรืออยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับมอบหมายตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ  6  ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

8. การรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้กาสถานศึกษา  ให้สถานศึกษารับบริจาคตามที่ระเบียบกระทรวงการคลัง  ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ทางราชการและตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

9. การบริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสถานศึกษา  ให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประกาศกำหนด

10. ให้สถานศึกษาจัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินและสินทรัพย์ที่มีผู้อุทิศให้  ตามข้อ 4 ไว้เป็นหลักฐาน  และสรุปรายการบัญชีทรัพย์สินดังกล่าว   รายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่สถานศึกษานั้นสังกัดทราบ  ทุกสิ้นปีงบประมาณ

11. การบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

บทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา

เป็นการกำหนดบทบาทและหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ครู/อาจารย์ บุคลากร ผู้ปกครองและชุมชน ให้สอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ของโรงเรียน ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา มีบทบาทและหน้าที่ต่อไปนี้

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยจำนวนและคุณสมบัติ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง  มีหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีบทบาทดังนี้

1. ร่วมวางแผนและให้ความเห็นชอบ แผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน
2. ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน
3. วิเคราะห์สภาพของโรงเรียน
4. ร่วมพิจารณาปรับปรุงส่งเสริม และให้ความเห็นชอบในการจัดทำแผนในโรงเรียน
5. กำหนดยุทธศาสตร์ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาโรงเรียน
6. ร่วมประเมินและรับทราบผลการดำเนินงาน
7. ให้การสนับสนุนให้ข้อเสนอแนะเพื่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้มีคุณภาพ
8. เผยแพร่ผลงานของโรงเรียน

บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทเป็นผู้นำการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีหน้าที่ในการจัดระบบการศึกษาและแผนงาน ควบคุม ดำเนินงานและบริหารงานด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีหน้าที่และบทบาทดังนี้

1. บริหารงานตามนโยบายของหน่วยเหนือ
2. บริหารงานในหน้าที่ ทั้งด้านการบริหารงานทั่วไป ธุรการ การเงินและพัสดุ งานวิชาการ
3. อาคารสถานที่และงานชุมชน
4. บริหารงานให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมายและวินัยของทางราชการ
5. ให้ขวัญกำลังใจแก่บุคลากรในโรงเรียน
6. ส่งเสริมให้บุคลากรทำงานเต็มกำลังความสามารถและตามศักยภาพ
7. ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

บทบาทหน้าที่ของครู  อาจารย์

มีบทบาทเป็นผู้พัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน  โดยมีหน้าที่ดังนี้

1. ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ รักษาจรรยามารยาทของครูอาจารย์
2. ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนนักเรียนให้มีความรู้ ความประพฤติที่ดีงาม
3. ช่วยรับผิดชอบการบริหารงานร่วมกับผู้บริหาร
4. ช่วยเหลืองานโรงเรียนตามที่ได้รับมอบหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
5. ประพฤติปฏิบัติตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักเรียนและสังคม
6. ศึกษาค้นคว้า เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
7. ติดตามช่วยเหลือศิษย์ของตนอยู่เสมอ

บทบาทหน้าที่ของนักการภารโรง

มีบทบาทในการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนและดูแลบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้น่าอยู่ น่ามาศึกษาเล่าเรียน โดยมีบทบาทดังนี้

1. ปฏิบัติงานด้านรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินของทางราชการ
2. ปฏิบัติงานด้านความสะอาดของอาคารสถานที่
3. ตกแต่งสวนไม้ดอกไม้ประดับ ถนนภายในโรงเรียนให้สวยงาม
4. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่โรงเรียนมอบหมาย
5. ดูแลรักษางานด้านสาธารณูปโภค น้ำดื่ม น้ำใช้ให้เพียงพอ
6. ดูแลการเปิด-ปิดประตู หน้าต่างของอาคารเรียนให้เรียบร้อย

บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครองและชุมชน

ผู้ปกครองและชุมชน มีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ดังนี้

1. ศึกษาถึงระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน
2. ศึกษารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน
3. ให้การสนับสนุนในกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอน
4. รับผิดชอบความประพฤติตลอดทั้งการแต่งกายตามระเบียบของโรงเรียน
5. อบรมลูกหลานให้ปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน
6. เข้าร่วมประชุมเพื่อฟังคำชี้แจง ให้ข้อเสนอแนะกับทางโรงเรียน

บทบาทหน้าที่ของนักเรียน

นักเรียนมีหน้าที่ในการศึกษาเล่าเรียนและประพฤติตามระเบียบของทางโรงเรียนโดยปฏิบัติดังนี้

1. นักเรียนต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่ถูกต้องตามระเบียบที่ทางโรงเรียนกำหนด
2. นักเรียนต้องมีวินัย คุณธรรม จริยธรรมและรู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมไทย
3. นักเรียนต้องให้การเคารพ ศรัทธา เชื่อฟังบิดา-มารดา ผู้ปกครอง ครู-อาจารย์
4. นักเรียนต้องประพฤติตามระเบียบ ข้อบังคับและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่โรงเรียนกำหนด
5. นักเรียนต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ เพศ วัย และมีความสุภาพอ่อนโยนทั้งกาย วาจา ใจ
6. นักเรียนต้องมาโรงเรียนให้ทันเวลา ไม่ขาดเรียน ไม่หนีเรียนและเข้าเรียนให้ตรงเวลา
7. นักเรียนต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
8. นักเรียนต้องไม่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ไม่เสพสารเสพติดและไม่เล่นการพนันทุกชนิดทั้งนอกและในโรงเรียน
9. นักเรียนต้องมีความซื่อสัตย์ รักความสามัคคี ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือร่วมกลุ่มกันสร้างความเสื่อมเสียแก่ตนเองและผู้อื่น
10. นักเรียนต้องรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียน อาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง บริเวณโรงเรียน ตลอดจนดูแลรักษาต้นไม้ในโรงเรียน
11. นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ชุมชนร่วมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
12. นักเรียนต้องช่วยกันสร้างและรักษาเกียรติคุณของโรงเรียน

Loading